LINE PROMOTE_728x90.jpg

วัฒนธรรมการดื่มชาที่คนรักชาควรรู้

ชาเป็นเครื่องดื่มสากลที่มีการดื่มอย่างแพร่หลายทั่วโลก แต่มีวิธีและจุดประสงค์ของการดื่มแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค

Tea is one of the all-time favorite beverages for people from all around the world. However, the recipe and the purpose of drinking are quite different in each region.

เริ่มต้นกันที่ประเทศญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นถือว่าการดื่มชาคือศิลปะละเอียดอ่อนอย่างหนึ่ง ทำให้พิธีชงชาของชาวญี่ปุ่นแต่ละครั้งอาจใช้เวลานานถึง 4-5 ชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งการชงชาถือเป็นการการสร้างความผูกพันทางจิตใจระหว่างผู้ชงชา (เจ้าภาพ) และผู้ดื่ม (ผู้มาเยือน) มากกว่าการสังสรรค์

Let’s begin with Japan. For the Japanese, drinking tea is a delicate art. That’s the reason why tea making ceremony in Japan might take up to 4-5 hours. The tea making ceremony is another means to build a relationship between the host or and the visitors rather than for social events.

>>ช็อปพอคคา ชาสำเร็จรูปพร้อมทาน<<

>>Shop Pokka, Ready-to-Drink Tea<<

ต่อมาเป็นการดื่มชาของชาวจีน ที่มักจะดื่มชากันในชีวิตประจำวัน โดยจะให้ความสำคัญของรสชาติ และสรรพคุณของชามากกว่าพิธีชงชาที่ซับซ้อน และมักใช้ชาเป็นเครื่องดื่มสำหรับต้อนรับแขกหรือเป็นเครื่องดื่มสำหรับการตั้งวงสนทนากัน และสำหรับชาวจีนประโยชน์ของชาก็ไม่ได้มีเพียงเท่านั้น แต่ยังมีไว้เพื่อช่วยล้างคาวและความมันในช่องปากหลังรับประทานอาหาร รวมทั้งช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารอีกด้วย

Next is the tea culture in China. Tea is a common beverage in Chinese people’s daily lives. They pay attention to the taste as well as the medicinal properties rather than the complicated tea making ceremony. They offer tea as welcome drinks for the visitors or even during socialization. For the Chinese, the tea is much more important than just a drink to socialize. Instead, they drink tea to get rid of the foul smell or the greasy feeling in their mouths after a meal. Tea also offers great benefits to digestive health.

ชาวอังกฤษก็เป็นอีกชนชาติหนี่งที่มีการดื่มชาเป็นกิจวัตร ซึ่งมีการแบ่งการดื่มชาออกเป็น 3 เวลาด้วยกัน คือเช้า บ่าย และเย็น โดยช่วงเช้า (Breakfast Tea) มักจะดื่มชาอิงลิชเบรกฟาสต์ เพราะจะช่วยให้ตาสว่างและกระปรี้กระเปร่า ส่วนช่วงบ่าย (Afternoon Tea) จะดื่มเป็น ชาดาร์จีลิง หรือชาวินเทจดาร์จีลิง กลิ่นหอมและรสชาติของชาจะเข้ากันกับบรรยากาศว่างยามบ่าย และในช่วงเย็น (Meal Tea หรือ High Tea) จะเป็นการดื่มชาเพื่อล้างคอหลังมื้ออาหาร จึงจะดื่มชาเอิร์ลเกรย์ ซึ่งจะมีรสฝาดเฉพาะตัว หรือถ้าจะดื่มชาก่อนนอนก็มักจะดื่มเป็นชากลิ่นมะลิ หรือชากลิ่นกุหลาบ เพราะกลิ่นหอมของดอกไม้จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและหลับสบาย

The British also drinks tea in daily life. British tea times are in the morning, afternoon and evening. The best time to drink English Breakfast tea is in the morning for refreshment. The aromatic and rich-taste of Darjeeling or Vintage Darjeeling Tea is perfect for an afternoon break. In the evening, Meal Tea or High Tea like Earl Gray is usually the best drink after dinner. It offers a rather rich and unique taste. The aromatic blooming tea such as Jasmine Tea or Rose Tea is usually sipped before bedtime. The aroma from flowers can make you feel relaxed and sleep well.

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดวัฒนธรรมการดื่มชาของชาวตะวันออกกลาง จะเป็นการดื่มชาเพื่อการผ่อนคลาย มักจะดื่มชาดำหรือชาเขียวเข้มข้น และมักจะเติมน้ำตาล เครื่องเทศ หรือนม โดยจะเน้นดื่มรสหวาน เพิ่มความชุ่มคอ และช่วยแก้กระหาย

Last but not least, the Arabs usually drink tea for relaxation. The popular teas preferred by the Arabs include black tea and concentrated green tea. They usually add sugar, spices or milk to their cups of tea. Sweet tea is popular to help a dry throat and to quench their thirst.

และถ้าหากอยากดื่มชาที่มีวิธีการผลิตอย่างพิถีพิถัน และใส่ใจในคุณภาพแล้วล่ะก็ แอดมินขอแนะนำ พอคคา ชาสำเร็จรูป ที่ได้รสชาแท้ๆเหมือนชงเองสดๆ ที่มียอดขายอันดับหนึ่งในประเทศสิงคโปร์กว่า 10 ปี ซึ่งตอนนี้ก็ได้ออกรสชาติใหม่มา 3 รสชาติที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว มีรสอะไรกันบ้างไป เดี๋ยวแอดมินจะพาไปดูกันค่ะ

If you’re looking for a delicate tea with high quality, Pokka, the ready-to-drink