Overlay-728x90.gif

รีวิว ไหว้พระ 9 วัด ในกรุงเทพฯ ต้อนรับวันมาฆบูชา

15 Feb 2018

๑๕ ค่ำ เดือน ๓ วันมาฆบูชา

ในวันมาฆบูชา พุทธศาสนิกชนชาวไทยนิยมทำบุญตักบาตรในตอนเช้า อีกทั้งตลอดทั้งวันก็ยังมีการบำเพ็ญกุศลความดีอื่นๆ เพิ่มอีกทั้งฟังเทศน์ ถวายสังฆทาน รวมถึงการไปเวียนเทียนรอบโบสถ์ในช่วงเย็น แอดมินเองก็เป็นอีกคนที่ชื่นชอบในการทำบุญเช่นกัน วันพระใหญ่แบบนี้ แอดมินไม่มีทางพลาดอย่างแน่นอนค่ะ

 

รีวิว ไหว้พระ 9 วัด ในกรุงเทพฯ ต้อนรับวันมาฆบูชา

 

สงสัยมั้ยคะว่าทำไมต้องไหว้พระ 9 วัด เพราะ คำว่า เก้า เป็นคำพ้องเสียงกับคำว่า ก้าว คือการก้าวไปข้างหน้านั่นเอง ตามความเชื่อก็เลยถือเป็นมงคล ได้มีโอกาสยกมือขึ้นพนมกราบไว้พระ แล้วตั้งจิตให้สงบแม้จะเป็นเวลาเพียงเล็กน้อย จิตของเราก็ว่างจากสิ่งอกุศลทั้งปวงนั่นเองค่ะ

 

วัดราชผาติการามวรวิหาร

9 โมงเช้าแอดมินเริ่มออกเดินทางไปยังวัดแรก วัดราชผาติการามวรวิหาร วัดโบราณหลังโรงเรียนเซนต์คาเบรียล แถบแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเชิงสะพานกรุงธนนอกจากเป็นวัดที่สวยงามและสำคัญต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยแล้วยังเปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าไปปฏิบัติธรรมอีกด้วยค่ะ

 

วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

เมื่อไหว้พระเสร็จแอดมินก็เดินทางไปต่อยังวัดบวรนิเวศราชวรวิหารค่ะ ซึ่งการเดินทางแสนง่ายมาก จากหน้าวัดราชผาติการามขึ้นรถเมล์สาย 56 นั่งไม่นานก็ถึงหน้าวัดบวรฯ พอดีเลยค่ะ ซึ่งมีทั้งท่องเที่ยวไทยและต่างชาติเข้ามาสักการะพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคารในหลวงรัชกาลที่ 9 กันอย่างเนืองแน่นเลย

 

วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร

แล้วก็ออกเดินเท้าทะลุตลาดบางลำพู ไปต่อที่วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวงที่มีประชาชนทั้งไทยและต่างประเทศนิยมไปสักการะบูชากันตลอดทั้งปี ว่ากันว่าหากท่านใดต้องการมีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง ต้องมาไหว้พระที่วัดชนะสงครามค่ะ

 

วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร

เพื่อไม่เป็นการเสียพลังงานมากจนเกินไป เราเลยนั่งพี่วินแถวๆ ถนนข้าวสารไปต่อวัดที่ 4 วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหารค่ะ วัดพระอารามหลวง ชั้นเอก ประจำรัชกาลที่ 2 ที่มีพระอุโบสถที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณเสาชิงช้า ตำนานของเปรตวัดสุทัศน์นั่นแหละค่ะ

แท้ที่จริงแล้ว เรื่องเล่าเปรตวัดสุทัศน์ มาจากภาพวาดบนฝาผนังในอุโบสถ ที่เป็นรูปเปรตตนหนึ่งนอนพาดกายอยู่ และมีพระสงฆ์ยืนพิจารณาอยู่ ซึ่งภาพนี้มีชื่อเสียงมากในสมัยอดีต เป็นที่เลื่องลือกันของผู้ที่ไปที่วัดแห่งนี้ว่าต้องไปดู และสิ่งที่ผู้คนเห็นว่าเป็นเปรตนั้น ผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณวัดแห่งนี้มายาวนานบอกว่า แท้ที่จริงแล้วเป็นเงาของเสาชิงช้าที่อยู่หน้าวัดในสายหมอกยามเช้าต่างหาก

 

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

ครั้งนี้เดินทางไกลนิดนึงค่ะ (เพราะไม่อยากเสียค่ารถตุ๊กๆ) กับวัดที่ 5 วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือวัดโพธิ์นั่นเอง วัดพระอารามหลวง ชั้นเอก ประจำรัชกาลที่ 1 ซึ่งเมื่อเข้าไปที่วัดแล้วก็จะเจอกับเจดีย์เยอะแยะไปหมด ถือได้ว่าเป็นวัดที่มีพระเจดีย์มากที่สุดในประเทศไทย ที่สำคัญวัดโพธิ์ได้รับความนิยมเที่ยวเป็นลำดับที่ 24 ของโลก ในปี พ.ศ. 2549 โดยมีนักท่องเที่ยวมาเยือนในปีนั้นถึง 8,155,000 คนเชียวล่ะค่ะ

 

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ครึ่งทางแล้วค่า ถัดมาติดกันเลยกับวัดที่ 6 วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว วัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำวัดเลยสักรูปเดียว เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต พระคู่บ้านคู่เมืองของแผ่นดินไทยเรา (ซึ่งไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปค่ะ) ล่าสุดที่เข้ามาวัดพระแก้วก็ตอนที่เข้ามากราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 นู่นเลยค่ะ บอกไม่ถูกเหมือนกัน ว่าทำไมผู้คนรอบตัวเยอะแยะ แต่ใจของแอดมินกลับรู้สึกสงบมากๆเลยล่ะค่ะ

 

ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร

เดินถัดไปอีกสักนิดก็จะเจอกับ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร ที่ถูกสร้างขึ้นมาพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ตามธรรมเนียมพิธีของพราหมณ์ว่าไว้ว่า ก่อนที่จะสร้างเมือง จะต้องทำพิธียกเสาหลักเมือง เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง ซึ่งหากใครสงสัยว่าต้องสักการะยังไงล่ะก็ ไม่ต้องกลัวไปค่ะ เค้ามีป้ายลำดับ 1-4 บอกให้เห็นๆเลย

 

วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

เดินเลียบสนามหลวงไปแถวๆมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กับวัดที่ 8 วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ วัดสวยย่านท่าพระจันทร์ เป็นวัดที่เรียนพระปริยัติธรรมชั้นสูง หรือที่รู้จักกันในนามมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยนั่นเอง ฉะนั้นอย่าแปลกใจไปค่ะถ้าหากมาย่าน ท่าพระจันทร์ นี้ก็จะเจอทั้งนศ.และ พระสงฆ์ที่เป็นนศ.เต็มไปหมดเลยค่ะ

 

วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

วัดสุดท้ายแล้วค่า แอบเหนื่อยเหมือนกัน เราข้ามเรือจากท่าพระจันทร์ไปท่าวังหลังกันดีกว่าค่ะ (ค่าเรือถูกมากกกก 3.50 เท่านั้นเองค่ะ) ก่อนที่จะไปถึงวัดสุดท้ายอย่างวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ขอแอบช้อปปิ้งตลาดวังหลังสักหน่อยนะคะ

สิ่งหนึ่งที่หลายคนต้องนึกถึงเมื่อมาวัดระฆัง ก็คือ หลวงพ่อโตและพระคาถาชินบัญชร ซึ่งท่านเป็นที่เคารพนับถือของเหล่าพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างมาก และท่านยังเป็นผู้ที่นำเอาบทสวดอันศักดิ์สิทธิ์ที่ตกทอดมาจากลังกามาดัดแปลงแต่งเติมให้สมบูรณ์ขึ้น จนกลายเป็นพระคาถาชินบัญชร ที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง ซึ่งหากผู้ใดสวดเป็นประจำแล้วก็ จะเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองอย่างมากเลยทีเดียวค่ะ

 

สุดท้ายนี้ขอยืมคำคมของ คุณหนุ่มลูกทุ่ง มาสักหน่อยนะคะ "จะไหว้พระวัดเดียวหรือไหว้พระกี่วัดภายในกี่วันก็ไหว้กันไปเถอะ ขอให้ไหว้อย่างตั้งใจก็ได้บุญแล้ว"

 

ขอให้บุญกุศลที่แอดมินได้ทำในครั้งนี้ จงดลบันดาลท่านและครอบครัวจงมีแต่ความสุขสวัสดิ์ เจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้าในชีวิต มีโชคลาภ สุขภาพดี แข็งแรง อายุยืนนาน ปราศจากศัตรูผู้คิดร้าย และภัยตรายทั้งปวงด้วยเทอญ สาธุๆค่ะ

 

สวัสดีวันพระค่ะ :)

 

-----------------------------------------

 

เลือกซื้อสินค้าเทศกาลและของใช้ในพิธี >> ที่นี่

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

บทความมาใหม่

Please reload

บทความมาแรง

Please reload

line.PNG