Overlay-728x90.gif

มากิน 4 ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่กันเถอะ

24 May 2018

 

ผลไม้เป็นหนึ่งในหมวดหมู่อาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งไม่เพียงแต่ให้วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นแล้ว ยังมีรสชาติที่แสนอร่อย เมื่อรับประทานแล้วทำให้เรารู้สึกสดชื่น ยกตัวอย่างผลไม้ที่ต้องรีบหามาทานกันค่ะ

 

บลูเบอร์รี่

เป็นอาหารช่วยชะลอความแก่ และเป็นสารต้านมะเร็งชั้นเยี่ยม นอกจากนี้บลูเบอร์รี่ ยังมีสารเรสเวอราทรอล (Resveratrol) ซึ่งช่วยเสริมให้หลอดเลือดหัวใจและหัวใจแข็งแรง ในบลูเบอร์รี่ ยังมีกรดเอลลาจิก (Ellagic Acid) ซึ่งเป็นสารต้านมะเร็ง บลูเบอร์รี่ ยังสามารถช่วยป้องกันความจำเสื่อมและประสาทสั่งการอ่อนแอได้อีกด้วย ควรกินบลูเบอร์รี่ สดวันละครึ่งถ้วย จะช่วยบำรุงสมองและสายตา แต่การกินบลูเบอร์รี่อบแห้งหรือปรุงดื่มเป็นน้ำผลไม้ที่มากเกินไปอาจทำให้มีอาการไอแห้งได้

 

เชอร์รี่

เป็นผลไม้ที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก มีธาตุเหล็กในปริมาณที่สูงมาก ผลเชอร์รี่ 100 กรัม มีธาตุเหล็กสูงถึง 6 มิลลิกรัม จึงเป็นหนึ่งในอาหารชั้นเยี่ยมสำหรับเสริมธาตุเหล็ก อุดมด้วยสารอาหารมากมาย และมีกรดเอลลาจิก ซึ่งมีสรรพคุณเป็นสารป้องกันโรคมะเร็ง (นอกจากเชอร์รี่แล้ว สตรอเบอร์รี่ และองุ่น ก็มีสารเอลลาจิกค่อนข้างมากเช่นเดียวกัน) เชอร์รี่อุดมด้วยวิตามินซี วิตามินอี ช่วยป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระทำลายเซลล์ ป้องกันโรคหัวใจ และมีสารเรสเวอราทอลซึ่งช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ตัวที่ทำให้มีอายุยืนยาว มีสรรพคุณต้านการอักเสบเนื่องจากมีแอนโทไซยานิดิน ยังไม่หมดแค่นี้เชอร์รี่ยังมีเมลาโทนินช่วยลดความอ่อนล้าของสายตา และช่วยให้นอนหลับได้ดี

 

 

สตรอเบอร์รี่

มีโปรตีนธรรมชาติ มีวิตามินบี วิตามินซี กรดมาลิก กรดซิตริก ช่วยให้รู้สึกชุ่มคอ มีวิตามินซีที่สูงมากจึงช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันดวงตาจากแสงแดงจ้าหรือรังสีอัลตราไวโอเลต มีกรดโฟลิคและวิตามินเคจึงช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ด้วย และมีสรรพคุณใช้รักษาโรคกระดูกพรุนได้หากรับประทานเป็นประจำทุกวันเนื่องจากมีวิตามินเค แคลเซียม และแมกนีเซียม สตรอเบอร์รี่ จึงช่วยเสริมความแข็งแรงให้กระดูก ใน สตรอเบอร์รี่ มีสารเอลลาจิกจึงช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง ป้องกันเซลล์กลายพันธุ์ นอกจากเนื้อสตรอเบอร์รี่ แล้ว เมล็ดของสตรอเบอร์รี่ ยังมีสารที่ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น

 

แครนเบอร์รี่ หรือบางคนเรียกว่าเรดเบอร์รี่

มีสรรพคุณหลักในการป้องกันการติดเชื้อจุลินทรีย์ในท่อปัสสาวะและช่องคลอด จึงมีการใช้แครนเบอร์รี่กันอย่างกว้างขวางในการรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ แต่ก็ควรระวังแครนเบอร์รี่ แห้งหรือน้ำแครนเบอร์รี่ที่ขายตามท้องตลาดซึ่งมักเพิ่มน้ำตาลลงไป ผู้ที่มีปัญหาเป็นโรคอ้วนหรือเป็นโรคเบาหวานจึงไม่ควรรับประทานมากจนเกินไป นอกจากนี้ในเมล็ดแครนเบอร์รี่ ยังมีกรดไขมันโอเมกาและกรดเอลลาจิกสูง จึงช่วยป้องกันภาวะหลอดเลือดอุดตัน ลดคอเลสเตอรอล และป้องกันมะเร็ง มีเคล็บลับในการกินแครนเบอร์รี่ให้อร่อยถูกปากดังนี้ เนื่องจากแครนเบอร์รี่สดมีรสเปรี้ยวมาก จึงควรนำมาแกะเม็ดออกก่อนแล้วเพิ่มไซลิทอลและน้ำเกลือแร่ นำมาปั่นรวมกันเป็นเครื่องดื่ม นอกจากจะทำให้ได้รสชาติอร่อยขึ้นแล้วยังช่วยเพิ่มแคลเซียมป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ดีอีกด้วย

 

 

 

เลือกซื้อผลไม้สดนำเข้า >> ที่นี่เลย

ขอบคุณเรื่องจาก : PB-mag.com

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

บทความมาใหม่

Please reload

บทความมาแรง

Please reload

line.PNG