LINE PROMOTE_728x90.jpg

รู้จัก “บอมโบโลนี” โดนัทสัญชาติอิตาเลียนแสนอร่อย

หากพูดถึง “โดนัท” เพื่อนๆ หลายคนอาจนึกถึงของหวานทรงกลมแสนอร่อยที่มีรูอยู่ตรงกลาง พร้อมเสิร์ฟความหอมหวานด้วยการเคลือบหน้า คลุก หรือ สอดไส้รสชาติต่างๆ ใช่ไหมคะ แต่ครั้งนี้แอดมินจะมานำเสนอโดนัทอีกรูปแบบหนึ่งที่แตกต่างจากโดนัทสไตล์อเมริกันทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เพราะโดนัทชนิดนี้ไม่มีรู แถมยังมีวิธีการทำเฉพาะตัวและมีจุดกำเนิดมาจากประเทศอิตาลีอีกด้วย แต่จะมีที่มาอย่างไรบ้าง มาติดตามกันเลยค่ะ


When it comes to doughnut, many of you probably think about a delicious round-shaped dessert with a hole in the middle either glazed or filled with different flavors or fillings. Today we proudly present a completely different doughnut from a common American doughnut. This interesting kind has no hole and a unique recipe originated in Italy. Getting curious? Explore the origin of Italian doughnuts with us.

>>ช็อปส่วนผสมเบเกอร์รีและของหวาน<<

>>Shop Baking & Dessert Ingredients<<


ประวัติบอมโบโลนีของดีแห่งทัสคานี

History of Bomboloni


บอมโบโลนี (Bomboloni หรือ Bombolone) เป็นของหวานทำจากแป้งโดว์ผ่านการทอดและเคลือบด้วยน้ำตาลทราย หรือเพิ่มรสชาติด้วยไส้ชนิดต่างๆ เชื่อว่ามีจุดกำเนิดที่ ตอสคานี (Tuscany) แคว้นทางตอนกลางของประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะแหล่งรวมของประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ศิลปะ และวัฒนธรรม มีฟลอเรนซ์ (Florence) เป็นเมืองหลักและ “หอเอนเมืองปิซา” (Pisa Tower) เป็นดั่งสัญลักษณ์ประจำแคว้น


Bomboloni or Bombolone is an Italian doughnut fried and coated with sugar and filled with different pastry cream fillings to enhance the flavors. It is believed that bomboloni originated in Tuscany, a region in central Italy, which is widely recognized for the center of history, architecture, art, and culture with Florence as the capital city and Pisa Tower as the symbol of the region.


แม้จะไม่มีหลักฐานบันทึกไว้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้คิดค้นสูตรบอมโบโลนีคนแรก แต่อาจคาดเดาได้ว่า บอมโบโลนีเป็นการต่อยอดอาหารทำจากแป้งทอดหรืออบอย่าง “โดนัท” ให้แปลกใหม่ยิ่งขึ้นค่ะ ที่จริง ชาว

ยุโรปรู้จักการทำโดนัทมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 แล้ว แต่โดนัทหน้าตาคล้ายกับยุคปัจจุบันมากที่สุด มีที่มาจากเรื่องเล่าสมัยกลางศตวรรษที่ 19 เมื่อกัปตันเรือชาวดัตช์คนหนึ่งใช้มีดเจาะบริเวณกลางขนมแป้งทอดดั้งเดิมชื่อ “โอลีเคิร์ก” (Olykoek) จนเป็นรูวงกลม เพียงเพราะเขารู้สึกไม่ชอบส่วนตรงกลางของขนมทอดสูตรชาวดัตช์นี้ เมื่อนำไปทอด ขนมทอดกลับมีเนื้อสัมผัสฟูนุ่ม ส่งกลิ่นหอมอร่อยกว่าเดิม สูตรการทำโดนัทจึงถือกำเนิดขึ้นนับตั้งแต่นั้นมา


There is no obvious evidence of the inventor of the first bomboloni recipe. However, it can be assumed that bomboloni is developed from doughnut and made it more interesting. The European, in fact, knew how to make the doughnut since the 15th century. In addition, the doughnut with the most similar look to today’s version is based on the story in the mid-19th century when a Dutch ship captain punched a hole with a knife in the middle of the traditional fried dough known as Olykoek simply because he was not pleased with the middle bit of this fried dough of the Dutch recipe. Once fried, this dough turned out to have a soft and fluffy texture and released an even more delectable aroma. Therefore, the doughnut recipe originated since then.


ส่วนบอมโบลีนีนั้นมาจากรากศัพท์คำว่า “บอมบา” (Bomba) ในภาษาอิตาเลียน แปลว่าระเบิด (Bomb) เชื่อว่ามาจากรูปคล้ายลูกระเบิด หรืออาจเป็นความรู้สึกเวลาทานเพราะเมื่อกัดเข้าไปคำแรกก็จะพบกับรสชาติอร่อยล้ำที่ระเบิดออกมาจากแป้งเนื้อเบาราวอากาศ วิธีทำบอมโบโลนีจะเริ่มจากการนวดแป้งและพับซ้อนเป็นชั้นๆ ก่อนนำมาตัดให้ได้ทรงกลม จากนั้นนำไปทอดในน้ำมันอุณหภูมิสูงจนกระทั่งเนื้อแป้งนุ่มฟูค่ะ


Bomboloni is derived from the Italian word “Bomba” which means bomb. It is believed to come from a similar look to a bomb or the feeling after the first bite where the deliciousness of an irresistible filling explodes from the light-as-a-feather doughnut. To make the Italian-filled doughnut, simply start by kneading the dough, fold them before cutting it out in a round shape, and frying the dough in boiling oil until yielding that soft and fluffy doughnut.


บอมโบโลนีแตกต่างจากโดนัทอเมริกันอย่างไร

Differences between Bomboloni and American Doughnuts


หากมองลักษณะภายนอก บอมโบโลนีจะมีความแตกต่างจากโดนัทสไตล์อเมริกันอย่างชัดเจน เพราะบอมโบโลนีจะไม่มีรูอยู่ตรงกลาง อีกทั้งมีเนื้อสัมผัสคล้ายขนมปังมากกว่าเค้กแบบโดนัท นอกจากนั้นบอมโบโลนียังทำมาจากแป้งยีสต์ชนิดคล้ายกับแป้งทำขนมปังซาวโดว์ (Sourdough) เนื้อจึงหนานุ่มกว่า และหากเทียบกับโดนัทอเมริกัน บอมโบโลนีจะมีหน้าตาคล้ายกับ “คราฟเฟิน” (Krapfen) ขนมแป้งทอดของชาวออสเตรีย และ “เบลิเนอร์” (Berliner) ของชาวเยอรมันมากกว่า บอมโบโลนีมีส่วนผสมพื้นฐานคือ แป้งอเนกประสงค์, ไข่, เนย, น้ำตาล, ยีสต์ เป็นต้น และถึงจะมีส่วนผสมเรียบง่าย บอมโบโลนีอาจใช้เวลาถึง 3-4 ชั่วโมงในการทำตั้งแต่ขั้นตอนแรกถึงขั้นตอนสุดท้ายเลยทีเดียว


Bomboloni appears to be evidently different from American Doughnuts in that Bomboloni has no hole in the middle and the texture is more similar to bread than a cake. Apart from that, the Italian doughnuts are made from yeast and flour, similar to the one used for making sourdough, resulting in a thicker yet softer texture. In comparison to the American doughnuts, bomboloni looks rather close to “krapfen,” the Austrian doughnut, and “Berliner,” the German doughnut. The primary ingredients of bomboloni consist of all-purpose flour, egg, butter, sugar, yeast, etc. Despite the simple ingredients, the Italian doughnuts may take up to 3-4 hours from the first step to the final step.


<