LINE PROMOTE_728x90.jpg

เจาะลึกทุกเรื่องของน้ำส้มสายชู


นอกจากวัตถุดิบมีคุณภาพและความสดใหม่ องค์ประกอบสำคัญของอาหารรสชาติดีล้วนเกิดจากเครื่องปรุงที่มาชูรสชาติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรสหวาน รสเค็ม รสเผ็ด รสขม รสมัน รสฝาด และรสเปรี้ยว อาหารที่มีครบทุกรสหรือมีสมดุลย่อมทำให้อาหารนั้นๆ เปี่ยมด้วยความอร่อยสมบูรณ์แบบ เพราะฉะนั้นเหล่าเชฟผู้เชี่ยวชาญจึงต้องรู้จักการเลือกสรรเครื่องปรุงต่างๆ ค่ะ สำหรับบทความท็อปส์ พิกส์ครั้งนี้ แอดมินจะมานำเสนอสาระน่ารู้คู่ครัวเกี่ยวกับเครื่องปรุงอาหารชนิดหนึ่งที่ให้รสเปรี้ยวอย่างมีเอกลักษณ์อย่าง “น้ำส้มสายชู”จะมีเรื่องราวน่าติดตามขนาดไหน อย่ารอช้าเลื่อนอ่านกันต่อได้เลยค่า


In addition to fresh ingredients, a delectable dish also requires condiments to enhance the flavor such as sweet, salty, spicy, bitter, buttery, pucker, and tangy. Food with a perfect balance of flavors or filled with all the 5 flavor elements would taste absolutely sumptuous. Therefore, professional chefs need to delicately select premium condiments for their cuisine. In this article, you will find everything you should know about a condiment that adds a unique tangy flavor to the food like “vinegar”, a sour liquid condiment that you should have in the kitchen. Join us to explore fun and interesting facts about vinegar.


>>ช็อปน้ำส้มสายชูสำหรับปรุงอาหาร<<

>>Shop Cooking Vinegar Products<<


รู้จักเรื่อง “เปรี้ยวๆ” ของน้ำส้มสายชู



กระบวนการเกิดน้ำส้มสายชูดั้งเดิมเกิดจากการหมักบ่มธัญพืชและผลไม้ที่มีน้ำตาลด้วยยีสต์บางชนิดเพื่อให้เกิดแอลกอฮอล์ จากนั้นนำแอลกอฮอล์มาหมักกับแบคทีเรียจำพวก Acetobacter และ Gluconobacter อีกทีจนเกิดเป็นของเหลวที่มีส่วนประกอบของ “กรดแอซิติก” (acetic acid) น้ำส้มสายชูหมักจึงมีรสชาติเปรี้ยวเจือหวาน กลิ่นฉุน มีสี และอาจมีตะกอนธรรมชาติ ในอดีตกาล น้ำส้มสายชูหมักนิยมใช้เป็นทั้งเครื่องปรุงอาหารและใช้เป็นยาทางการแพทย์ อีกทั้งยังบริโภคเป็นเครื่องดื่มดับกระหายอีกด้วย


Traditional vinegar is made from the yeast fermentation of sugar-containing sources like fruits or grains so that they excrete alcohol. Then, the alcohol is fermented with Acetobacter and Gluconobacter bacteria once again to produce vinegar that offers a distinctive sour taste, pungent scent, and unique color. It might develop sediment naturally as well. In the past, vinegar was commonly used as a condiment and medicine. Some people even consumed vinegar as a thirst-quenching beverage.


หากย้อนเวลาเพื่อดูพัฒนาการของน้ำส้มสายชูแรกเริ่ม ต้องบอกเลยค่ะว่าแทบจะต้องพลิกหน้าประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปไกลถึงสมัยอารยธรรมแรกเริ่มของมนุษย์ บางหลักฐานเผยว่าคนเรารู้จักการผลิตและการใช้น้ำส้มสายชูมาตั้งแต่ 5,000 ปีก่อนคริสต์กาลเสียด้วยซ้ำ ตั้งแต่อารยธรรม บาบิโลเนีย อียิปต์โบราณ กรีก-โรมัน จนถึงจีนแผ่นดินใหญ่ก็ปรากฎเรื่องราวของน้ำส้มสายชูด้วยกันทั้งสิ้นค่ะ


The development of vinegar can be traced back to ancient times when human civilization was formed. According to historical evidence, it was found that our ancestors learned how to produce and apply vinegar since 5,000 BC. From the civilizations of Babylonian, ancient Egypt, Greek and Roman to Chinese civilization, the traces of vinegar have been discovered in the path of history.


คำว่า “น้ำส้มสายชู” ในภาษาไทย สันนิษฐานว่าอาจมาจากคำว่า “ซานชี” หรือ “ซานชู” ซึ่งใช้เรียกมณฑลชานซี (Shanxi) แหล่งกำเนิดน้ำส้มสายชูโบราณของจีนแผ่นดินใหญ่ จากบันทึกประวัติศาสตร์จีน ชาวดินแดนมังกรรู้จักการทำน้ำส้มสายชูมายาวนานกว่าหลายชั่วอายุคนแล้วค่ะ โดยมีคำบอกเล่าว่าย้อนกลับไปไกลถึงสมัยราชวงศ์โจวรู้จักในชื่อ “ชู” ซึ่งแปลว่า “น้ำขม” (bitter liquor) ขณะที่ภาษาอังกฤษ คำว่า “Vinegar” มีรากศัพท์มาจากภาษาฝรั่งเศส “Vin Aigre” แปลตรงตัวว่า “ไวน์เปรี้ยว” ชาวยุโรปเรียนรู้การผลิตน้ำส้มสายชูราวคริสตศตวรรษที่ 5-15 โดยมีประเทศฝรั่งเศสและอิตาลีเป็นศูนย์กลางแห่งน้ำส้มสายชูต่อมาภูมิปัญญานี้ได้ถูกถ่ายทอดไปยังที่หนึ่งสู่อีกที่หนึ่งจนมีสูตรทำน้ำส้มสายชูมากมายนับไม่ถ้วน แต่ปัจจุบันมีน้ำส้มสายชูชนิดหลักอยู่บนโลกด้วยกันราว 10-15 ชนิดค่ะ โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่คือ น้ำส้มสายชูหมัก น้ำส้มสายชูกลั่น และน้ำส้มสายชูเทียม


The word vinegar or “Nam Som Sai Choo” in Thai is assumably derived from the word “Shanxi”, a province in China where vinegar was originated. According to the history of China, the Chinese learned to make vinegar from generations to generations. It’s said that the history of vinegar in China can be dated back to the Zhou Dynasty. At that time, people called vinegar “Choo” meaning “bitter liquor” whereas in English, the word vinegar is derived from an old French word “Vin Aigre” which literally means “sour wine”. The European learned to make vinegar during the 5th - 15th century and most vinegars were produced in France and Italy. This wisdom has been passed on from one place to another and a great number of vinegar recipes were created. However, nowadays there’re about 10-15 common types of vinegar which can be subdivided into 3 categories: fermented vinegar, distilled vinegar, and artificial vinegar.



นอกจากรสชาติเปรี้ยวพร้อมกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ น้ำส้มสายชูยังมีคุณสมบัติช่วยชูรสชาติ ถนอมอาหาร จึงทำให้มีบทบาทในวัฒนธรรมอาหารมากมายหลายเชื้อชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครัวตะวันตกซึ่งมีการใช้น้ำส้มสายชูประเภทต่างๆ มาประกอบอาหารจานเด็ดหลากหลาย แต่ก่อนจะไปพบกับไอเดียปรุงอาหารด้วยน้ำส้มสายชู เรามาทำความรู้จักกับ 3 ประเภทของน้ำส้มสายชูกันก่อนดีกว่านะคะ ไปเลย