LINE PROMOTE_728x90.jpg

ไอเดียจับคู่ชาและขนมหวานสไตล์อังกฤษ

Hello, How do you do? เพื่อนๆ ชาว ท็อปส์ พิสก์ทุกคน ก่อนที่จะแปลกใจว่าเอ๊ะ...ทำไมแอดมินถึงทักทายเป็นภาษาอังกฤษ ก็ต้องบอกก่อนเลยว่าวันนี้แอดมินจะมาสวมบทบาทเป็น “Lady TopsPicks” สาวผู้ดีอังกฤษที่โปรดปรานการช็อปปิ้งเป็นชีวิตจิตใจ และเมื่อพูดถึงอังกฤษแล้ว ก็คงอดพูดถึง “การดื่มชา” ที่เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมอันแสนโดดเด่นนี้ไปไม่ได้ เพราะการดื่มชาแบบสไตล์ผู้ดีอังกฤษนั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวทรงเสน่ห์ และที่สำคัญคือ “ความอร่อย” ของชาชนิดต่างๆ ซึ่งพอนำมาจับคู่กับขนมหวานหน้าตาสวยงามแล้ว ยิ่งทำให้น่าประทับใจมากขึ้นไปอีก มาค้นพบเรื่องราวของชาและวัฒนธรรมอังกฤษไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ


Hello, how do you do? Today we will play a Lady TopsPicks role, an English girl who love shopping. It is inevitable not to mention the tea drinking culture in the UK as the British tea drinking style is overwhelmingly rich in charming story and impressive deliciousness of different teas once accompanied by gorgeous-looking sweet delights. Discover the tea story and British tea culture with us.


>>ช็อปส่วนผสมทำเค้กมาร์เบิลช็อกโกแลต<<

>>Shop Ingredients for Marble Cake Chocolate<<


เกร็ดความรู้ของชาและวัฒนธรรมอังกฤษ


แม้ว่าการดื่มชาจะสามารถพบได้ทั่วไปในหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลกและสามารถสืบย้อนประวัติศาสตร์กลับไปได้หลายพันปี แต่ที่สหราชอาณาจักร “ชา” ไม่ใช่เพียงเครื่องดื่มธรรมดา เพราะมีผลสำรวจพบว่าชาวอังกฤษดื่มชามากกว่า 100 ล้านแก้วในแต่ละวัน และคิดเป็น 60 พันล้านแก้วต่อปี แสดงให้เห็นว่าการดื่มชาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันชาวอังกฤษ และสิ่งที่ยืนยันได้คือประเพณีเกี่ยวข้องกับชาต่างๆ เช่น การดื่มชา, การจัดสวนชา (Tea Garden), ระบำชา (Tea Dance) และสำนวนอังกฤษ “My cup of tea” ที่ถอดความหมายได้ว่า “สิ่งที่ชื่นชอบ” ก็ล้วนมาจากชาทั้งสิ้นค่ะ


Tracing the history back to thousands of years, tea drinking can commonly be witnessed in various cultures around the world. However, tea was not merely an ordinary beverage in the UK as it was discovered that the British drink over 1 million cups of tea every day accounting for 60,000 million cups a year. As a result, tea is evidently a major part of British life exhibited in tea-related traditions such as tea drinking, tea garden, tea dance and English idiom “My cup of tea” meaning something that one prefers or enjoys.


ชา เข้ามาสู่ประเทศอังกฤษครั้งแรกราวคริสต์ศตวรรษที่ 17 สมัยประเทศอังกฤษแผ่ขยายอาณานิคมไปยังทวีปเอเชีย ผ่าน “บริษัทอินเดียตะวันออก” (East India Company) ขณะน้ัน ชาถือเป็นวัตถุดิบหายากราคาแพงจึงทำให้การนำเข้าน้อยและมีเพียงผู้มีฐานะร่ำรวยที่สามารถดื่มด่ำรสชาติพิศมัยจากแดนไกลนี้ได้ เชื่อกันว่า “แคเธอรีนแห่งบราแกนซา สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ” (Catherine of Braganza) คือผู้นำประเพณีการดื่มชาเข้ามาสู่อังกฤษเป็นครั้งแรก แต่ก็เป็นกิจกรรมจำกัดเฉพาะในหมู่ชนชั้นสูงเท่านั้น


Tea first arrived in England around the seventeenth century when the country was still on a series of colonizing missions in the Asian continent through East Indian Company. At that time, tea was regarded as rare, expensive goods resulting in low imported volume. For this reason, only the rich and the noble can indulge in the extravagant taste from the faraway land. It is believed that Catherine of Braganza, Queen of England, introduced England to drinking tea for the first time in the event exclusively held for the aristocrats.


ราวปี ค.ศ. 1706 โธมัส ทไวนิงส์ (Thomas Twining) พ่อค้าชาวอังกฤษได้เปิดร้านจำหน่ายใบชาเล็กๆ บนถนนสแตรนด์ (Strand) ในกรุงลอนดอน ทำให้การดื่มชาแพร่หลายสู่ชาวอังกฤษและยังถือว่าเป็นสถานที่แรกๆ ที่รวบรวมใบชาคุณภาพสูงจากโลกตะวันออก จนกระทั่งเข้าสู่คริสต์ศตวรรษที่ 19 ชาจึงเป็นสินค้าที่เข้าถึงได้มากขึ้นและนิยมแพร่หลายจนมาถึงปัจจุบัน


Around 1706, Thomas Twining, an English merchant, opened a small dry tea shop on Strand Street in London making the tea-drinking culture renowned among the English. Twinings is described as one of the very first places where the collection of premium quality tea leaves from the Eastern world can be found. Since the nineteenth century, tea has become more accessible and globally famous until today.


เพื่อนๆ ชาว ท็อปส์ พิกส์หลายคนอาจเคยได้ยิน “Afternoon Tea” และ “High Tea” ของชาวอังกฤษมาก่อน และถึงแม้ว่าการดื่มชาจะสามารถทำได้ทุกช่วงเวลา แต่ธรรมเนียมการจิบชาตามช่วงเวลานี้ยังคงอยู่คู่กับวัฒนธรรมอังกฤษเสมอมาค่ะ เพื่อทำให้เพื่อนๆ เข้าใจมากขึ้น แอดมินจะขออธิบายความแตกต่างระหว่าง Afternoon Tea และ High Tea ให้เพื่อนๆ ได้รู้กันค่ะ


You may have heard about the British afternoon tea and high tea before. Although drinking tea can be done at any time of the day, however drinking tea based on the time period still remain in the British tea culture. For a better understating, explore the differences between the afternoon tea and high tea below.



Afternoon Tea หรือ Low Tea :

ธรรมเนียมการจิบชายามบ่าย เชื่อว่าเกิดขึ้นครั้งแรกราวปี ค.ศ. 1840 โดยมี ดัชเชสแอนนา รัสเซล ดัชเชสแห่งเบดฟอร์ด (Anna Russell, Duchess of Bedford) เป็นผู้ริเริ่ม ในอดีต ชาวอังกฤษทานอาหารวันละสองมื้อคือ มื้อเช้าและมื้อค่ำ เพื่อคลายความหิว ดัชเชสจึงจัดให้มีโต๊ะเสิร์ฟชาและ แซนด์วิช ขนมหวานชิ้นเล็ก เช่น สโคน ทั้งเชิญคน