LINE PROMOTE_728x90.jpg

5 ส่วนผสมสื่อรักรับวาเลนไทน์

เมื่อย่างเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ สายลมหนาวปลายปีก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่น พร้อมพัดพาความหวานชื่นของเทศกาลสากลที่คนทั่วโลกต่างรอคอย... ใช่ค่ะแอดมินกำลังพูดถึงเทศกาล “วันวาเลนไทน์” (Valentine’s Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี แม้ความรักจะสามารถบอกได้ในทุกวันทุกเวลา แต่เมื่อถึงวันพิเศษเช่นนี้ คู่รัก เพื่อน และคนในครอบครัวก็ต่างใช้วันวาเลนไทน์เป็นวันบอกความรักให้แก่กันเป็นพิเศษ


นอกจากถ้อยคำบอกรักคำอวยพร และดอกกุหลาบ การให้ของหวานก็เป็นอีกหนึ่งวิธีบอกรักยอดนิยมเช่นกัน เพราะความรักก็เปรียบได้กับความหวานที่จะมาเติมเต็มชีวิตให้มีรสชาติและมีสีสันมากยิ่งขึ้น ครั้งนี้แอดมินจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ “5 ส่วนผสมสื่อรัก” ใช้รังสรรค์ของหวานรับวาเลนไทน์พร้อมเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ ไปดูกันเลยค่ะ <3


February is the time when the cold winter wind starts to blow away and come the warmth and sweetness of Valentine’s Day to which people around the world are looking forward on every 14th of February. Although you can tell people how you feel about them anytime, but this is the day when couples, friends, and families use it as a special occasion to share and give love.


Apart from love wishes, messages, and roses, giving sweets is another popular way to share your feelings. Love is like sweetness that can add more colors and flavors to life. Join us and explore 5 Valentine’s ingredients of love used to craft heart-to-heart desserts along with interesting, fun facts.

>>ช็อปวัตถุดิบทำฟรุตแซนวิช<<

>>Shop Ingredients for Fruit Sandwich<<

ช็อกโกแลต

Chocolate


ขนมหวานยอดฮิตของผู้คนทั่วโลกอย่าง “ช็อคโกแลต” มีประวัติเชื่อมโยงกับวันแห่งความรักมาอย่างยาวนานค่ะ เพราะในอดีตกาล ของหวานที่ทำจากเมล็ดโกโก้ ถือเป็นของมีค่าราคาแพงจึงสงวนไว้สำหรับชนชั้นสูงชาวยุโรปและจะมอบให้แก่คนพิเศษเท่านั้น ในสมัยวิคตอเรียน ช็อคโกแลตเริ่มเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก เมื่อมีผู้เริ่มผลิตบรรจุภัณฑ์รูปหัวใจตกแต่งดอกกุหลาบและกามเทพ ก่อนที่จะแพร่หลายในหมู่วัยรุ่นหนุ่มสาวชาวสหรัฐอเมริกาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นอกจากรสชาติหอมหวาน สิ่งที่ทำให้ช็อคโกแลตเป็นขนมหวานแห่งความรักเพราะในช็อคโกแลตมีกรดอะมิโน “ทริปโตแฟน” ซึ่งจะกระตุ้นให้สมองหลั่งสารแห่งความสุขหรือ “เซราโทนิน” ออกมา อีกทั้งมี ทีโอโบรมีน ฟีนีไทลามีน และกาเฟอีนที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น จึงไม่แปลกใจที่ช็อคโกแลตจะเป็นตัวแทนของวันแห่งความรักอันมีชีวิตชีวาค่ะ


The history of chocolate, the world’s popular sweet, has long been connected with Valentine’s Day. In the old days, cocoa-made desserts were pricey, exclusively reserved for the high society in Europe, and given to special people only. In the Victorian period, chocolate had become a symbol of love when heart packages decorated with roses and cupid were created before they became widely famous among American teenagers in the early 20th century. In addition to the aromatically sweet flavor, what makes chocolate a symbol of love is tryptophan; an amino acid contained which stimulates the brain to produce the happy chemical known as serotonin. Besides, chocolate also consists of theobromine, phenethylamine, and caffeine – all of which make you feel refreshed. As a result, chocolate unsurprisingly represents Valentine’s Day.

วานิลลา

Vanilla 

กลิ่นหอมชวนหลงใหลและรสชาติละมุนของวานิลลาในเมนูของหวานหลายชนิดย่อมทำให้ใครหลายคนต่างตกหลุมรัก แต่กว่าจะได้กลิ่นและรสชาติเช่นนี้ ต้องนำฝักวานิลลามาผ่านการอบด้วยความร้อน จากนั้นจึงผึ่งและบ่มเป็นเวลาหลายเดือนค่ะ ถึงจะได้กลิ่นและรสวานิลลาแท้ๆ กลิ่นของวานิลลาช่วยทำให้รู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย นอกจากนั้นยังเชื่อว่าวานิลลามีคุณสมบัติเพิ่มเสน่ห์เย้ายวนชวนหลงใหล จึงเหมาะกับใช้เป็นส่วนผสมเมนูขนมหวานสุดโรแมนติคที่สุดเลยค่ะ

The fascinating fragrance and mellow flavor of vanilla in various desserts can make you easily fall in love with. To yield such taste and aroma, vanilla pods need to be heated and dried for several months. The lovely vanilla scent delivers a warm yet relaxing feeling. Also, it can enhance your charm which makes it a perfect ingredient for romantic desserts.


ขนมปังสีชมพู

Pink Bread