LINE PROMOTE_728x90.jpg

5 วิธีทานโยเกิร์ตสร้างสุขภาพดี


เพื่อนๆ เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมอาหารบางประเภทถึงมี “วิธีการทาน” หรือ “คำแนะนำ” พ่วงท้ายมาด้วย? นั่นเป็นเพราะอาหารชนิดนั้นๆ หากร่างกายได้รับในปริมาณที่น้อยหรือมากจนเกินไป ก็ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ “โยเกิร์ต” เป็นหนึ่งในอาหารที่ผู้รักสุขภาพต่างรู้จักอย่างดี โดยเฉพาะคุณประโยชน์อัดแน่นและรสชาติเปรี้ยวอมหวาน ทานทีไรก็รู้สึกสดชื่นและมั่นใจได้ว่าร่างกายจะได้รับสารอาหารดีๆ ทุกครั้ง เพื่อทำให้มั่นใจได้ว่าจะได้รับคุณประโยชน์สูงสุด วันนี้แอดมินมี 5 ข้อควรน่ารู้เกี่ยวกับการทานโยเกิร์ตที่ถูกวิธีดีต่อสุขภาพมาฝากด้วยค่ะ จะมีข้อไหนตรงใจเพื่อนๆ บ้าง? มาดูพร้อมแอดมินได้เลยค่ะ


Have you ever wondered why some foods are labeled “instructions” or “recommendations” on their packages? It’s because that certain kind of food require an appropriate dietary intake to stay healthy while too much or too little dietary intake of the same food can result in adverse effects on health. Yogurt is one of the healthy food options consumed by health enthusiasts because it contains essential nutrients, and the combination of sweet, tangy taste is perfect to freshen them up. To maximize health benefits, you should know 5 healthier ways to eat yogurt.

>>ช็อปผลิตภัณฑ์โยเกิร์ต<<

>>Shop Yogurt Products <<


ตรวจสอบฉลากโภชนาการก่อนทาน

Read nutrition information before eating.


เมื่อซื้อโยเกิร์ต อันดับแรกที่เพื่อนๆ ควรทำคือตรวจสอบฉลากโภชนาการ (Nutrition Information) และฉลากส่วนผสม (Ingredients) ซึ่งมักปรากฏอยู่บริเวณใดบริเวณหนึ่งบนบรรจุภัณฑ์ของโยเกิร์ต ฉลากโภชนาการทำหน้าที่แสดงข้อมูลให้ผู้บริโภครู้ว่าโยเกิร์ตถ้วยหนึ่งมีปริมาณสารอาหารเท่าใดบ้าง ขณะที่ฉลากส่วนผสมทำหน้าที่แสดงส่วนประกอบต่างๆ แอดมินแนะนำว่าให้สังเกตุปริมาณน้ำตาล โซเดียม และไขมัน ซึ่งหากมีปริมาณสูงก็ส่งผลเสียต่อร่างกายได้ นอกจากนั้น ควรหลีกเลี่ยงโยเกิร์ตที่มีส่วนผสมเติมแต่งเป็นโทษต่อร่างกาย เช่น สารแต่งสี แต่งกลิ่น สารกันบูด ดังนั้นก่อนซื้อ อย่าลิมตรวจดูให้ดีก่อนนะคะ


The first thing you need to do when you buy a cup of yogurt is scanning through nutrition information and ingredients labeled on yogurt containers. The nutrition information tells you the nutrients, calories, and serving size of a cup of yogurt. Meanwhile, the ingredients provide you with a list of raw ingredients to make yogurt. It’s important to scan through the label carefully and find out the amount of sugar, sodium, and fat contained in yogurt as too much can be unhealthy. Moreover, food flavoring or food preservatives should be avoided. So, read the label carefully every time you buy yogurt products

ไม่ควรแช่แข็งโยเกิร์ต

Do not put yogurt in the freezer.


เพื่อนๆ บางคนอาจเคยได้ยินสูตรทำ “ไอศกรีมโยเกิร์ต” โดยนำโยเกิร์ตไปแช่เย็นจัดจนกระทั่งได้เนื้อสัมผัสแบบไอศกรีมเย็นฉ่ำ อย่างไรก็ตาม หากต้องการได้รับประโยชน์สูงสุด แอดมินไม่แนะนำให้แช่แข็งโยเกิร์ตค่ะ เพราะจุลินทรีย์ที่ดีในโยเกิร์ตนั้นยังมีชีวิตอยู่ การนำโยเกิร์ตไปแช่แข็งอาจจะส่งผลให้เชื้อจุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ (Probiotics) ไม่สามารถเจริญเติบโตและลดทอนคุณประโยชน์ของโยเกิร์ตลงได้


You probably know some frozen yogurt recipes that yogurt is put in the freezer until its texture becomes sorbet-like. However, to get maximum health benefits, putting yogurt in the freezer is not recommended. The good bacteria in yogurt could stay alive in general. However, the process of freezing will stop the growth of probiotics and lower health benefits as a result.


เลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ไร้สารปรุงแต่ง

Plain yogurt is the best option


ปัจจุบัน โยเกิร์ตมีหลากหลายรสชาติให้เลือกสรรตามความชอบ แต่โยเกิร์ตรสธรรมชาติ (Plain Yogurt)ที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งเติมรสคือโยเกิร์ตที่คงคุณค่าไว้ได้เต็มที่ เนื่องจากโยเกิร์ตรสผลไม้จะมีส่วนผสมเพิ่มเติมอย่าง ผลไม้เชื่อมหวาน วุ้น และส่วนผสมอื่นๆ ควรเลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติไขมันต่ำและมีส่วนผสมเรียบง่ายจะเป็นตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพที่สุดค่ะ


Nowadays, you can find a range of yogurt flavors. However, plain yogurt remains the best option because it maintains complete nutritional values that provide health benefits. Fruits flavored yogurt usually contains additional ingredients such as preserved fruits, gelatin, and more. So, plain yogurt is certainly the healthiest choice.