Overlay-728x90.gif

แนะนำ 5 วัด ไปเวียนเทียน เดินทางง่าย ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก


ชาวกรุงฯ ท่านไหนกำลังมองหาวัด เพื่อเวียนเทียนในวันพระใหญ่แบบนี้ ตามแอดมินมาเลยค่ะ วันนี้แอดมินมี 5 วัดมาแนะนำ ที่ทั้งอิ่มบุญแถมเดินทางสะดวกด้วยค่า

1. วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดนี้ขึ้นเพื่ออุทิศถวายสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของพระเจดีย์ ที่เป็นประดิษฐานพระบรมอัฐิ พระราชสรีรางคาร และพระอัฐิของพระเจ้าอยู่หัวและพระราชวงศ์ในราชสกุลมหิดลหลายพระองค์ อีกทั้งยังเป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์จากฝั่งลาวถึง 3 องค์ด้วยกัน นั่นก็คือ “พระเสริม”, “พระแสน” และ “พระสายน์”

2. วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เกิดกบฏเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ขึ้น พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพนมวัน กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาศิลา ทรงเป็นแม่ทัพรักษาพระนคร โดยทรงตั้งกองบัญชาการทัพที่วัดแหลม หลังจากปราบกบฏเจ้าอนุวงศ์แล้ว กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ พร้อมพระอนุชาและพระขนิษฐาร่วมเจ้าจอมมารดาเดียวกันอีก 4 พระองค์ มีพระประสงค์ที่จะร่วมกันปฏิสังขรณ์วัดแหลม พร้อมทั้งทรงสร้างพระเจดีย์เรียงรายไว้หน้าวัด 5 องค์

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า วัดเบญจบพิตร หมายความว่า วัดของเจ้านาย 5 พระองค์ และมีพระประธานของวัดได้จำลองพระพุทธชินราช จากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมืองพิษณุโลกมาประดิษฐานไว้ พระอารามหลวงแห่งนี้ นอกจากจะวิจิตรงดงามตามหลักสถาปัตยกรรมแล้ว จิตรกรรมฝาผนังของวัดก็เป็นความแปลกใหม่ที่น่าสนใจ ที่ไม่ใช่เขียนเรื่องราวตามพระไตรปิฏกเท่านั้น หากแต่เป็นจิตรกรรมที่เขียนถึงพระจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่มีต่อพสกนิกรของพระองค์เองด้วย

3. วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

วัดสระเกศ เป็นวัดโบราณในสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดสะแก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์และขุดคลองรอบพระอาราม แล้วพระราชทานนามใหม่ว่า วัดสระเกศ ซึ่งแปลว่า ชำระพระเกศา เนื่องจากเคยประทับทำพิธีพระกระยาสนาน เมื่อเสด็จกรีธาทัพกลับจากกัมพูชามาปราบจลาจลในกรุงธนบุรี และเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติใน พ.ศ. 2325 ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะและสร้างสิ่งต่าง ๆ เพิ่มเติมขึ้นมาอีก ที่สำคัญคือ พระบรมบรรพตหรือเจดีย์ภูเขาทอง อีกทั้งในปัจจุบันยังมี พระวิหาร เป็นทีประดิษฐานพระพุทธรูปสำคับ 2 องค์ คือ พระอัฏฐารส และหลวงพ่อดุสิต ซึ่งนอกจากนี้ยังใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์บทมหาสมัยสูตร เพื่อทำน้ำพระพุทธมนต์ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สำหรับแจกจ่ายให้ประชาชน

4. วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร

เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นใน พ.ศ. 2350 ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระวิหารขึ้นก่อนเพื่อประดิษฐานพระศรีศากยมุนี (พระโต) ที่ได้อัญเชิญมาจากพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย แต่สิ้นรัชกาลก่อนที่จะประดิษฐานเป็นสังฆาราม จึงเรียกกันว่า วัดพระโต วัดพระใหญ่ หรือวัดเสาชิงช้าบ้าง จนกระทั่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างต่อ และทรงจำหลักบานประตูพระวิหารด้วยพระองค์เอง แต่ก็สิ้นรัชกาลเสียก่อนที่การก่อสร้างจะแล้วเสร็จ การก่อสร้างวัด มาเสร็จบริบูรณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. 2390 และพระราชทานนามว่า "วัดสุทัศนเทพวราราม"

ภายในวัดสุทัศนเทพวรารามเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และได้อัญเชิญ พระบรมราชสรีรางคารของพระองค์ มาบรรจุที่ผ้าทิพย์ด้านหน้าพุทธบัลลังก์พระศรีศากยมุนีเมื่อ พ.ศ. 2493 และมีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทรในวันที่ 9 มิถุนายนของทุกปี

5. วัดนายโรง

เป็นวัดที่ก่อสร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นวัดเก่าแก่ที่มีโบราณสถาน โบราณวัตถุที่สวยงามในพื้นที่เขตบางกอกน้อย และเป็นวัดที่มีความสงบร่มรื่น เน้นการศึกษาและพัฒนาตนตามแนวทางพระพุทธศาสนา และกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อการอนุรักษ์ ส่งเสริม สนับสนุนศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมอันดีงาม อีกทั้งในอดีตวัดนายโรงเคยเป็นที่พำนักของหลวงปู่รอด ซึ่งเป็นพระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังด้านการสอนวิปัสสนากัมมัฏฐาน ด้านวิทยาคมและวัตถุมงคล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เบี้ยแก้ และลูกอมชานหมาก

117656309_322312515793524_16101143952445

บทความมาใหม่

บทความมาแรง