LINE PROMOTE_728x90.jpg

Bean to Bar


ร้อยเรียงเรื่องราวที่มาของความอร่อยของ “ช็อกโกแลต” ตั้งแต่การปลูกต้นโกโก้ จนกลายเป็นช็อกโกแลต ที่ทุกคนชื่นชอบและหลงใหลในเอกลักษณ์ของรสชาติ

1. Plantation

ต้นโกโก้ เป็นพืชท้องถิ่นในแถบป่าฝนเขตร้อนของฮอนดูรัส เวเนซูเอร่า และ แม็กซิโก ซึ่งในปัจจุบันแพร่ขยายไปในทวีปในเขตเส้นศูนย์สูตร อาทิ อเมริกา แอฟริกา และเอเชีย

2. Pods ripen on the trees

ในแต่ละปีต้นโกโก้จะออกดอกนับพันตามสาขา แต่มีจำนวนเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่จะกลายเป็นฝักโกโก้ ซึ่งมีรูปร่างคล้ายลูกอเมริกันฟุตบอล มีหลากหลายขนาดและสีสันต่างกันออกไป ส่วนภายในฝักจะเต็มไปด้วยเมล็ดโกโก้ ที่มีลักษณะคล้ายกับเมล็ดอัลมอนด์ ซึ่งจะนำไปแปรสภาพเป็นผงโกโก้ต่อไป

3. The Fruit is harvested

ต้นโกโก้จะออกผล 1-2 ครั้งต่อปี และฤดูกาลเก็บเกี่ยวกินเวลาหลายเดือน ซึ่งเก็บเกี่ยวโดยการใช้มีดตัดฝักออกจากต้น เมื่อฝักสุกเต็มที่แล้วจะสามารถแกะเมล็ดออกจากฝักได้ประมาณ 40-50 เมล็ด

4. Fermentation

ขั้นตอนนี้คือการนำเยื่อออกจากเมล็ดและบ่มเมล็ดเพื่อให้ได้ช็อกโกแลตที่แท้จริง ซึ่งจะใช้เวลา 7 วัน

5. Drying

หลังจากขั้นตอนการบ่ม เมล็ดโกโก้จะถูกนำไปตากกลางแจ้งให้แห้ง หรือ ใช้อุปกรณ์เฉพาะที่ช่วยให้เมล็ดโกโก้แห้ง

6. Roasting

หลังทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว เมล็ดโกโก้จะถูกนำไปคั่วด้วยเตาอบพิเศษที่อุณหภูมิ 100 – 120 องศาเซลเซียส โดยระหว่างการอบ เมล็ดโกโก้จะเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญที่ทำให้เมล็ดมีรสชาติ และกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

7. De – shelling

ในระหว่างการคั่ว เปลือกเมล็ดโกโก้จะปริ และแยกออกจากเมล็ด ซึ่งเปลือกจะถูกร่อนออกให้เหลือเฉพาะโกโก้บริสุทธิ์

8. Grinding

โกโก้บริสุทธิ์จะถูกนำไปบดด้วยความร้อน เพื่อให้เกิดโกโก้เหลวหรือที่เรียกว่า โกโก้แมส

9. Conching

การนวดโกโก้แมส คือ การลดความขม และทำให้ช็อกโกแลตมีรสชาติ และกลิ่นหอมมากยิ่งขึ้น เพิ่มรสชาติด้วยการเติมเนยหรือน้ำตาล หรือหากเป็นช็อกโกแลตนม ก็จะเติมนมข้นหวาน หรือนมผง และยิ่งนวดนานเท่าไร ช็อกโกแลตก็จะมีเนื้อสัมผัสที่เนียนละมุนขึ้น

10. Tempering

ด้วยเทคนิคการนวดแบบใช้ความร้อนอย่างช้าๆ จะทำให้เนื้อช็อกโกแลตมีความมันวาว และสีสวยขึ้น